ข้อมูลขององค์การอนามัยโลกระบุว่า โรคกระดูกพรุนกำลังเป็นปัญหาสุขภาพทั่วโลกระดับที่สอง
รองจากโรคหัวใจและหลอดเลือดหัวใจ
ในประเทศไทย พบผู้ป่วยข้อกระดูกสะโพกหักในเพศชาย 114 ราย และเพศหญิง 289 ราย จากจำนวนประชากร 100,000 คน
และมีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในเพศหญิง
แม้ประเทศไทยจะมีอาหารที่มีแคลเซียม ช่วยเสริมสร้างกระดูก แต่พบว่ายังมีอัตราการเพิ่มขึ้นของผู้ป่วยโรคกระดูกพรุน
เนื่องจากไม่ให้ความสำคัญในการป้องกันรักษากระดูกของตัวเอง
โรคกระดูกพรุน คือโรคชนิดหนึ่งที่ไม่มีอาการบ่งบอกล่วงหน้า เสมือนภัยเงียบที่ค่อยๆ คุกคามร่างกาย ผู้ป่วยจะรู้ตัวก็เมื่อกระดูกแตกหักไปแล้ว
เหตุที่กระดูกแตกหัก เปราะง่าย เนื่องจากเนื้อกระดูกมีความหนาแน่นและคุณภาพลดลง
ปกติกระดูกของคนเรามีการสร้างและการละลายอยู่ตลอดเวลา ในเด็กมีการสร้างมากกว่าการละลาย ทำให้กระดูกเด็กมีการเจริญและใหญ่ขึ้น
กระดูกจะใหญ่ขึ้นจนอายุ 30-34 ปี ในคนอายุน้อยขบวนการสลายกระดูก และการสร้างกระดูกจะสมดุลกัน ทำให้ความหนาแน่นของกระดูก
ไม่เปลี่ยนแปลง แต่เมื่อมีอายุมากขึ้นขบวนการสร้างกระดูกจะไล่ตามขบวนการสลายกระดูกไม่ทัน ทำให้สูญเสียเนื้อกระดูกไปเรื่อยๆ ทั่วร่างกาย
ผู้หญิงวัยทอง หรือวัยหมดประจำเดือน มีโอกาสกระดูกเสื่อมรวดเร็วกว่า เนื่องจากระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนลดลงอย่างรวดเร็ว
ทำให้อัตราการละลายของกระดูกเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ผู้หญิงมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนมากกว่าผู้ชาย 2-3 เท่า
ยังมีปัจจัยเสื่ยงอื่นที่ส่งผลให้เกิดโรคกระดูกพรุนได้เช่นกัน เช่น กินอาหารที่ไม่ถูกสัดส่วน กินอาหารที่มีโปรตีนสูง หรือโซเดียมสูง
แต่กินอาหารที่มีแคลเซียมน้อย ดื่มกาแฟมากกว่า 4 แก้วต่อวัน กรรมพันธุ์ สูบบุหรี่ ดื่มสุรา ขาดการออกกำลังกายที่มีการแบกรับน้ำหนัก
คนผอมมีความเสี่ยงมากกว่าคนอ้วน เป็นโรคบางอย่าง เช่น เบาหวาน ขาดวิตามินดี โรคเลือดจางธาลัสซีเมีย โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์
โรคพิษสุราเรื้อรัง โรคมะเร็งบางชนิด และได้รับยาบางชนิด เช่น ยาสเตียรอยด์ ยากันชัก ยาขับปัสสาวะ
ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุน หากไม่ดูแลรักษาเนื้อกระดูกให้อยู่ในภาวะแข็งแรงตลอดเวลา หรือนำตัวเองเข้าไปสู่ภาวะเสี่ยงต่างๆ
ดังนั้น ควรป้องกันดูแลสุขภาพของกระดูกที่แข็งแรงให้อยู่ยาวนานที่สุด รักษาสมดุลทางโภชนาการเพื่อสร้างแคลเซียมและวิตามินดีให้กับร่างกาย
หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์สูง และออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ
นอกจากจะดูแลตัวเองแล้ว การเสริมสร้างมวลกระดูกในวัยเด็กก็เป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งในช่วงทารกไม่มีนมใดดีเท่านมแม่ แม้เติมสารอาหารอะไรไป
ก็มีคุณค่าไม่เท่านมแม่ และพอพ้นช่วงดื่มนมแม่ควรให้เด็กดื่มนมสดรสธรรมชาติ ไม่เจือน้ำตาล รวมทั้งตัวคุณเองด้วยควรดื่มนมเป็นประจำ
เพื่อเพิ่มแคลเซียมให้กับกระดูก