"ไก่งามเพราะขน คนงามเพราะแต่ง" สุภาษิตบทนี้ไม่ว่าจะเป็นสาวไทยหรือสาวอินเตอร์
ต่างยึดเป็นคติประจำใจ เพราะคงไม่มีใครอยากถูกเรียกลับหลังหรือต่อหน้าว่า ยายพะโล้ ยายอ้วน ยายหมูตอน
จะเห็นได้ว่าสถานเสริมความงาม สถาบันลดความอ้วน ต่างผุดขึ้นราวกับดอกเห็ด บางคนไปหลงเชื่อโฆษณา ซื้อโน่นซื้อนี่มากิน
สุดท้ายยาบางชนิดก็มีผลต่อร่างกาย จนถึงขั้นประสาทหลอน มีปรากฏให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยๆโดยเฉพาะเหล่าดารานางแบบ
แต่บางคนเมื่อรีดน้ำหนักออกแล้ว กลับหลงลืมไปว่าเราอ้วนเพราะอะไร แล้วสุดท้ายก็กลับมาอ้วนใหม่อีกครั้งเพราะพฤติกรรมตามใจปากของตัวเอง
พ.ญ.ธิดา คงจรรักษ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญการควบคุมน้ำหนัก สถาบันสุขภาพผิวพรรณ โรงพยาบาลสมิติเวช ได้มาบอกเล่าให้ถึงวิธีโบกมือลา
"เซลล์ลูไลท์" เพื่อสาวๆทุกคนที่กำลังห่วงใยไขมันส่วนเกินที่นับวันจะพอกพูนออกมาตามส่วนต่างๆของร่างกาย
คุณหมอธิดา เผยว่า คนส่วนใหญ่ที่ลดน้ำหนักไม่สำเร็จ เกิดจากการลดน้ำหนักไม่ถูกวิธี มักจะลดการรับประทานอาหาร โดยไม่ปรึกษาแพทย์
อีกทั้งการไม่ยอมเปลี่ยนพฤติกรรมบางอย่างก็ทำให้ลดน้ำหนักไปแล้วก็กลับมาอ้วนอีกครั้ง จึงควรปรึกษาแพทย์ อย่าหลงเชื่อโฆษณา
เพราะแพทย์จะคุยกับคนไข้ให้เข้าใจว่าการลดน้ำหนักเฉพาะส่วนกับการลดน้ำหนักทั้งตัวจะต้องทำอย่างไรบ้าง และให้คำแนะนำเกี่ยวกับการรักษาสุขภาพ
ที่สำคัญ ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักจะต้องมีความตั้งใจจริง จึงจะประสบความสำเร็จ ซึ่งองค์ประกอบสำคัญในการลดน้ำหนัก มีดังนี้
1. อาหารและน้ำ จะต้องเพิ่มสัดส่วนการรับประทานผักใบและผลไม้ ควรทานอาหารหลากหลายชนิด
เพิ่มการรับวิตามิน ควรเลือกรับประทานอาหารประเภทเนื้อปลา ที่มีส่วนประกอบของโอเมก้า 3 จะช่วยลดความดันโลหิตและการป่วยเป็น
โรคเส้นโลหิตตีบได้ น้ำมันปลา เป็นไขมันสีน้ำตาลที่สามารถนำไปใช้เป็นพลังงาน ซึ่งจะเปลี่ยนไขมันขาวที่จะถูกเก็บสะสมเป็นเซลล์ลูไลท์
ทั้งนี้ การรับประทานอาหารในแต่ละมื้อจะต้องเคี้ยวช้าๆ เฉลี่ยประมาณ 20 ครั้งจึงจะกลืนได้ หากเปลี่ยนพฤติกรรมนี้ได้จะทำให้สมองสั่งการ
ให้ร่างกายอิ่มเร็วขึ้น ท้องจะไม่อืดแน่นเฟ้อ นอกจากนี้คนที่ต้องการลดความอ้วนจะต้องดื่มน้ำวันละ 3 ลิตรสามารถช่วยให้ผู้หญิงลดเซลลูไลท์
บริเวณต้นขาได้ด้วย โดยเฉพาะช่วงเช้าก่อนแปรงฟันจะต้องดื่มน้ำอย่างน้อย 2 แก้ว เพื่อให้แบคทีเรียในปากลงไปในท้องจะช่วยย่อยอาหารได้ดี
และทำให้เรามีสุขภาพที่ดีตามมาด้วย
2. การออกกำลังกาย ควรหมั่นออกกำลังกายอย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้ง ครั้งละ 20-30 นาที ในแต่ละวัน
ควรมีการฝึกหายใจหรือการฝึกโยคะ สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการประสานมือเข้าด้วยกันแล้วค่อยๆ ยืดเหนือศีรษะพร้อมทั้งสูดหายใจช้าๆ ให้เต็มปอด
แล้วกลั้นหายใจไว้ 5 วินาที แล้วค่อยๆ ผ่อนลมหายใจพร้อมทั้งลดมือลง ฝึกอย่างนี้ทุกเช้าวันละ 10 ครั้งจะช่วยกระตุ้นระบบไหลเวียนโลหิต
ผ่อนคลายความเครียดได้ เพราะร่างกายจะต้องการก๊าซออกซิเจนมากขึ้น
3. อากาศ ต้องหาเวลาสูดอากาศบริสุทธิ์ เพื่อให้ร่างกายปรับสมดุลและอยู่กับธรรมชาติมากขึ้น
4. เอนหลัง คือการพักผ่อนอย่างน้อยวันละ 6-8 ชั่วโมง โดยจะต้องเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เนื่องจาก
การนอนหัวค่ำร่างกายจะหลั่ง Growth Hormone มาช่วยซ่อมแซมเซลล์ที่สึกหรอให้กับผู้ใหญ่ และเพิ่มส่วนสูงในวัยเด็ก อีกทั้งร่างกาย
จะสร้างคอลลาเจนยับยั้งริ้วรอยเหี่ยวย่น
5. อารมณ์ดี ควรมองโลกในแง่ดี เพราะร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนที่ดีออกมา ผิวพรรณจะผ่องใส
หากมีความเครียดมากร่างกายจะเกิดภาวะไม่สมดุลทำให้หายใจติดขัด เป็นการบ่มเพาะเซลล์มะเร็งได้
6. อุจจาระ คนที่ลดความอ้วนจะต้องรับประทานอาหารที่มีกากใยมากๆ และอุจจาระวันละ 1 ครั้งเป็นประจำ
เพื่อหลีกเลี่ยงภาวะท้องผูก เพราะทำให้อ้วน เป็นโรคภูมิแพ้ และมะเร็งลำไส้
คุณสรัสวดี สมนึก นักโภชนาการจากสถาบันสุขภาพผิวพรรณ ยังแนะนำไปถึงสาวๆที่อยากลดความอ้วนด้วยว่า การรับประทานอาหาร
ในแต่ละวัน ควรกำหนดสัดส่วนปริมาณอาหารแต่ละหมู่ให้เหมาะสม ควบคุมปริมาณแคลอรี่ให้เหลือ 1,000 1,200 แคลลอรี่ เช่น การรับประทาน
ข้าวมื้อละ 1 ทัพพี เนื้อสัตว์ ควรหันมารับประทานเนื้อปลา โดยเป็นอาหารประเภทต้ม นึ่ง และย่างมากกว่าการทอดที่ต้องใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบ
ผลไม้ซึ่งหลายคนคิดว่ารับประทานเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนนั้น ล้วนเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะการรับประทานผลไม้กรอบๆ
อย่าง ฝรั่ง ชมพู่ สามารถรับประทานได้มื้อละ 20 ชิ้นคำ ส่วนผลไม้ที่เละๆ อย่าง สับปะรด สามารถรับประทานได้มื้อละ 10 ชิ้นคำเท่านั้น
ถ้ารับประทานมากเกินไปก็อาจก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีได้ ส่วนผักควรเลือกผักใบมากกว่าผักชนิดหัวที่มีแป้งมาก อย่าง เผือก มัน เป็นต้น
สิ่งสำคัญของสาวน้อยสาวใหญ่ที่มีหุ่นเจ้าเนื้อมากไปนิด ก่อนที่จะตัดสินใจรีดน้ำหนักให้ผอมเพรียวบาง อันดับแรกควรถามตัวเอง
ให้แน่ใจก่อนว่าเรามีความตั้งใจที่จะลดน้ำหนักมาน้อยแค่ไหน
การมีสติและกำลังใจที่เข้มแข็ง จะช่วยให้เปลี่ยนพฤติกรรรมการกินและการดำเนินชีวิตที่ผิดๆได้ โดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพายาลดความอ้วน
หรือไปหลงเชื่อการโฆษณาเชิญชวนแบบผิดๆ
อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าคุณจะอ้วนหรือผอม สิ่งที่ดีที่สุดคือการมีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง แม้จะไม่ผอมเพรียวเหมือนนางแบบ แต่คุณก็เป็นคนที่
สุขภาพดีได้ เมื่อกายและใจมีความสุขจะสะท้อนออกมาสู่ภายนอก ซึ่งทำให้คนเป็นคนที่สดใส และน่ารักได้เช่นกัน