ตอนคบกันใหม่ ๆ มะระที่ว่าขมยังว่าหวาน แต่พอเวลาผ่าน ยิ่งนานขึ้นเท่าไร มะระที่ว่าหวานกลับยิ่งขม (ขื่น) มากขึ้น มากขึ้น และมากขึ้น
แล้วสาเหตุอะไรล่ะ ที่ทำให้คนเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้ขนาดนี้ ก็คงโทษฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ได้ วันนี้เราก็เลยขอพูดถึงนิสัยที่คนรักเอือมระอามากที่สุด
(รู้ไว้แล้วก็อย่าทำอีกล่ะ แห้วมาอย่าหาว่าไม่บอก เพราะเราเตือนคุณแล้ว!!!)
-นิสัยเอาแต่ใจตัวเอง-
ชนิดที่เรียกว่า ขัดใจฉันไม่ได้ ขัดใจเป็นเลิกท่าเดียว อันนี้ขอบอกเลยว่า มันอยากจะเลิกให้มันเลิกไป เพราะไม่มีใครทนนิสัยนี้ได้หรอก ถึงจะเลิกกับเราไปแล้ว
คิดหรือว่าคนอื่นเขาจะทนได้ ส่วนใครที่เริ่มคบกัน และรู้ว่าอีกฝ่ายมีนิสัยที่เอาแต่ใจตัวเองแล้วละก็ ควรดัดนิสัยไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่าไปยอมมาก เพราะถ้ายอมทุกครั้ง
รับรองว่าคุณก็ต้องยอมตลอดไป (แต่ไม่ใช่ว่าค้านไปซะทุกครั้งล่ะ)
-ชอบแสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของจนออกนอกหน้า-
ไม่ว่าจะไปที่ไหน หรือจะทักทายกับใครที่เป็นเพศตรงข้ามแล้ว ก็จะแสดงอาการหน้าบูด หน้าเขียวให้เห็นเป็นระยะ ๆ หรือคอยกันท่าไม่ให้เพื่อนเค้าได้พบปะกันบ้างเลย
อันนี้ก็ไม่ไหว เพราะคนเราควรจะมีสังคม มีโลกส่วนตัว (เวลาส่วนตัว) บ้าง ไม่ใช่ตัวติดกันเป็นตังเมตลอด ใครที่ชอบก็อาจจะอยู่ได้ แต่ใครที่ไม่ชอบ นั่นคือคุณทำให้เค้าเสียเวลาบางส่วนไป
ไม่ช้าคุณก็จะเสียเค้าไป
-อาการหึงไร้ขีดจำกัด-
เรียกว่า มีใครมองเหล่สักนิดไม่ได้เลย ต้องเป็นเรื่องตลอด หรือบางครั้ง เพื่อนเค้าอาจจะทักทายกันตามประสาเพื่อนสนิท ซึ่งอาจจะมีการจับ เนื้อต้องตัวกันบ้างก็โมโห
อันนี้ก็ให้ลด ๆ ลงมาบ้าง มีลิมิตสักหน่อย หรือประเภทโทรฯเช็กทุกชั่วโมง อันนี้ก็นะไม่นานหรอกอีกฝ่ายต้องรีบจรลีหนีคุณไปแน่ แล้วจะหาว่าไม่เตือน
-การบอกเลิกพร่ำเพรื่อ-
ประมาณว่าทะเลาะกันทีไร ก็ เราเลิกกันนะ แรก ๆ ก็กลัวอยู่หรอก งั้นไม่ทำแล้วนาน ๆ เข้ามันอาจจะเปลี่ยนเป็นเลิกก็เลิก พูดอยู่ได้ อยากเลิกนักใช่ไหม? (เป็นไงล่ะสมใจหรือยัง)
เฮ้อ!! เปลี่ยนเป็นคำอื่นดีกว่ามั้ย อย่างเช่น ขอโทษนะ อะไรแบบเนี้ยะ น่าจะทำให้สถานการณ์ดีขึ้นกว่าเดิมอีกรับรอง
-อย่าเชื่อเพื่อนมากเกินไป-
อันนี้ก็ไม่ได้บอกว่าไม่ควรที่จะเชื่อเพื่อนเลย เพราะถ้างั้นจะมีไว้คอยขอคำปรึกษาทำไม แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเพื่อนที่คุณกำลังขอคำปรึกษาอยู่นั้นจริงใจกับคุณมากน้อยแค่ไหน
ดังนั้นขอเตือนว่า คนที่จะตัดสินใจแก้ปัญหาทั้งหมดที่เกิดขึ้น เป็นเราเอง ไม่ใช่เพื่อน และถ้าตัดสินใจผิด ถามหน่อยว่า เพื่อนมานั่งเสียใจกับเราด้วยหรือเปล่า ไม่หรอก มันก็ได้แค่ปลอบ
และก็แนะนำให้หาคนใหม่มาดามใจเท่านั้นเอง อย่างที่บอก ควรตัดสินใจจากความรู้สึกของตัวเอง ไม่ใช่จากคำพูดของเพื่อน
-โกรธกัน แล้วไม่ยอมคุยกัน-
สาเหตุนี้ก็เลิกกันมานักต่อนักแล้ว ทำไมล่ะ? เวลาที่มีปัญหากันแล้วถึงไม่ยอมคุยกัน กลัวว่าคุยแล้วจะต้องทะเลาะกัน หรือคุยแล้วมันอาจจะต้องเลิกกันอย่างนั้นหรือ
มันไม่เสมอไปหรอก เพราะว่าบางครั้งการที่เราคุยกันมันอาจจะทำให้สองคนปรับความเข้าใจกันบ้างก็ได้ (เคยได้ยินไหมที่ว่า ควรหันหน้าเข้าหากัน น่ะ)
สื่อสารกันด้วยแผ่นหลังมันไม่มีประโยชน์หรอกนะจะบอกให้
-พวกนัดแล้วปล่อยให้เก้อ-
ทำไมเหรอ? ก่อนที่จะนัดไม่เช็กดูก่อนว่าว่างหรือไม่ว่าง สักแต่ว่านัด ไม่ห่วงคนที่มานั่งรอ ยืนรอบ้าง บางครั้งเล่นปล่อยให้รอเป็นชั่วโมงสองชั่วโมง อันนี้โกรธแล้วนะ
แต่ยังดีกว่าไม่มา แต่พวกนัดแล้วหายไปเลยนี่ใช้ไม่ได้
-การพูดจาข่มต่อหน้าคนอื่น-
อาจจะเป็นแค่การอำกันเล่น ๆ แต่หารู้ไม่ว่า อีกฝ่ายอาจจะอายแทบแทรกแผ่นดินหนีไปเลยก็ได้ เอาเป็นว่าจะพูดเล่น หรือพูดจริง ก็ไม่ควรจะข่มอีกฝ่ายต่อหน้าใคร
ถ้าห้ามไม่ได้จริง ๆ คันปากอยากจะพูด ก็พูดกัน 2 คน รู้กัน 2 คน มันจะดีกว่าน๊า
-การพูดโกหก-
อันนี้ยอมไม่ได้เลย และก็เป็นสาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้คู่รักต้องเลิกกัน แต่การโกหกเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจ อันนี้ยกเว้นให้ได้ แต่ที่โกหกจนเป็นนิสัย อยากเที่ยวกับเพื่อน แต่บอกติดงาน
ต้องกลับดึกอะไรประมาณนี้ ขอแนะนำว่า บอกความจริงดีกว่า ยังน่าโกรธน้อยกว่าจับได้ทีหลังว่าโกหก
เอาเป็นว่า ไม่ว่าชีวิตคู่ของคุณจะเป็นอย่างไร ความเข้าใจ การพูดจาปรับความเข้าใจ การรับฟังความคิดของอีกฝ่าย และการหันหน้าเข้าหากันสำคัญที่สุด เพราะถ้ามัวแต่ก้มหน้า
เอากระดูกสันหลังชนกันแล้วละก็ รับรองว่า ไม่นานเกินรอ ต้องใส่คอนเวิร์สกันคนละข้างแน่ ๆ รับรอง!!!