ปัจจุบันเรามักได้ยินนักวิชาการพูดคำว่า "กูรู" บ่อยมาก กูรูคำนี้ที่นักวิชาการพูดถึง หมายถึง
ผู้รู้หรือผู้เชี่ยวชาญพิเศษด้านต่างๆ ทั้งในด้านความรู้ การกีฬา และการอาชีพต่างๆ ฉะนั้น จึงไม่แปลกที่จะเห็นคำว่า
Golf Guru, Management Guru หรือแม้กระทั่ง Boxing Guru ทางทีวีบ้าง ทางหนังสือพิมพ์บ้าง
และคำนี้แหละนักวิชาการไทยและนักสื่อสารมวลชนก็เลยถ่ายเสียงออกมาเป็นกอล์ฟ กูรู แมนเนจเมนต์ กูรู และ บ๊อกซิง กูรู
ครั้งแรกที่ได้ยินคำว่า "กูรู" ผู้เขียนรู้สึกขัดหูชอบกล เพราะเสียงไม่เสนาะหูเลย และเมื่อได้ยินบ่อยๆ เข้า
ก็ทำให้อยากค้นหาความหมาย จึงพยายามค้นหาตาม English Dictionary เพราะคิดว่าเป็นคำภาษาอังกฤษ
แต่แล้วก็ต้องหัวเราะให้กับความคิดมากของตนเอง เพราะแท้จริงแล้วคำนี้เป็นคำสันสกฤต
มีรูปเขียนเป็นอักษรไทยว่า "คุรุ" ซึ่งตรงกับคำบาลีว่า "ครุ" และไทยนำมาใช้เป็น "ครู"
สันสกฤตและบาลีเป็นภาษาโบราณของชาวชมพูทวีป เป็นรากฐานของภาษาฮินดี อันเป็นภาษาราชการภาษาหนึ่งของอินเดียปัจจุบัน
อาจารย์กรุณา กุศลาสัย มหาปราชญ์ด้านภาษาฮินดีชาวไทยเคยบอกผู้เขียนว่า ภาษาฮินดีมีรากคำมาจากภาษาบาลีเป็นส่วนมาก
แต่กระนั้นก็ยังไม่พ้นรัศมีภาษาสันกฤตไปได้
ที่เห็นได้ชัด อย่างเช่นคำว่า คุรุ นี้ มีใช้อยู่มากในปัจจุบัน และมีความหมายสูงส่งมาก เพราะส่วนมากจะใช้เรียกครูหรือผู้รู้ที่ทรงคุณธรรม
ขนาดยกย่องเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณได้ พระพุทธเจ้าของเราเองผู้เขียนก็เคยเห็นคำสดุดีพระองค์ว่า "โลกคุรุ" แปลว่า "คุรุหรือครูของโลก"
การที่คนอินเดียเขาใช้คำว่า "คุรุ" ไปในทางยกย่อง ก็เพราะมีความหมายว่า "หนัก" ในอินเดียโบราณมีการใช้ฉัตรแสดงเกียรติยศ เช่น
พระราชา และเศรษฐี ต่างล้วนมีฉัตรแสดงเกียรติยศทั้งสิ้นหลังจากได้รับมุรธาภิเษกหรือการแต่งตั้งแล้ว
ฉัตรนอกจากใช้เป็นเครื่องแสดงเกียรติยศแล้ว ก็ยังมีคุณค่าในตัวเอง คือ กั้นเหนือศีรษะให้ความร่มเย็นป้องกันแดดฝนแก่ผู้ที่กาง
คุรุได้รับยกย่องจากคนอินเดียให้เป็นเหมือนฉัตร เพราะการให้ความรู้ของคุรุแก่ศิษย์จะให้ความร่มเย็นแก่ศิษย์
ทั้งในขณะที่เรียนอยู่กับตนและที่สำคัญจะคอยคุ้มกันศิษย์เมื่อยามจากไปไกล
ด้วยเหตุผลดังกล่าว คุรุจึงมีสถานะเป็นดุจฉัตรหินที่กางอยู่เหนือศีรษะของศิษย์ และศิษย์ต้องให้ความเคารพ
ไทยได้รับอิทธิพลทางด้านศาสนาภาษาและวัฒนธรรมมาจากอินเดียอย่างที่เราทราบกัน ไม่เว้นแม้แต่คำว่า
คุรุ และ ครุ แต่ดูจะคุ้นเคยกับ ครุ มากกว่า กระนั้นก็ยังดึงเสียเป็น ครู จนได้
ส่วน คุรุ มีใช้ไม่มากแห่ง ที่เห็นเป็นหลักฐานก็เช่น คุรุสภา แต่กระทรวงศึกษาธิการก็ถอดเสียงเป็น Kuru
หรือ Khuru นี่แหละไปเสียฉิบ เลยทำให้ไม่เห็นเค้าของบาลีสันสกฤต
และในด้านวรรณคดี มีอยู่คำหนึ่งที่ผู้เขียนมั่นใจว่าน่าจะมาจาก คุรุ คือ คำว่า จันทโครพ เคยมีผู้ถามผู้เขียนถึงความหมาย
ของจันทโครพ ซึ่งเป็นพระสวามีของนางโมรา ผู้เขียนก็ตอบไปว่า หมายถึง ผู้หนักในความรัก ผู้เคารพในความรัก
หรือผู้มีความรักหนักแน่น เพราะ จันท แผลงมาจาก ฉันท (ฉันทะ) แปลว่า ความรัก
โครพ แผลงมาจาก คุรุ โดยแผลง คุ เป็น โค และแผลง รุ เป็น โร>รว >รพ ตามลำดับ
เหตุผลที่ผู้เขียนเสนอนี้ พิจารณาตามรูปศัพท์และเรื่องรางของจันทโครพในวรรณคดี แต่จะมีผู้รับได้หรือไม่ไม่ทราบได้ แต่ผู้เขียนรับได้เพราะในที่สุดจันโครพก็ตายเพราะความรัก
เอาแหละจะไม่รับความหมายของจันทโครพก็ไม่เป็นไร แต่ขอให้ออกเสียง Guru เป็น คุรุ ก็แล้วกัน ขออย่าออกเสียงเป็น กูรู เลย เพราะยังไงหูก็ไม่รู้