หญิงสาวบางคนไม่เคยสนหนุ่มโสดซิงๆ จะปลื้มเฉพาะคนมีเมียแล้ว บางรายรักจริงถึงขั้นทำให้ชายผู้นั้นชิ่งหนีครอบครัวมาแต่งงานกับตัวเอง ขณะที่อีกกลุ่มต้องการเพียงความสัมพันธ์ชั่วคราว
เพราะกลัวความผูกพัน ผู้เชี่ยวชาญชี้ปัญหานี้มาจากปมชีวิตในครอบครัว พร้อมแนะบรรดาเมียหลวงใช้สติแก้ปัญหา
โรบิน นอร์วูด, แพทริก คาร์นส์ และนักบำบัดทางจิตคนอื่นๆ อธิบายว่า ผู้หญิงที่ปักใจวิ่งไล่ผู้ชายแต่งงานแล้วจำแนกคร่าวๆ ได้เป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจะพากเพียรพัฒนาความสัมพันธ์ลึกซึ้ง
กระทั่งทำให้ชายคนนั้นเลิกกับเมียมาแต่งกับตัวเอง เหตุการณ์แบบนี้อาจเกิดขึ้นกับผู้ชายที่คิดว่า การได้กุ๊กกิ๊กกับหญิงอื่นเป็นเพียงเรื่องบังเอิญ ทั้งที่จริงๆ แล้วสาวสวยคนที่ว่าเป็นสมาชิกหน่วยไล่ล่า
แฟมิลีแมน
กลุ่มที่สองเป็นพวกไม่อยากมีครอบครัว แต่มีบ้างบางครั้งที่นึกอยากมีลูกเมื่ออายุมากขึ้น ผู้หญิงเหล่านี้จะไม่ค่อยยอมรับเรื่องนี้อย่างเปิดอก แต่มักบอกญาติมิตรว่า อยากมีครอบครัว ทั้งที่ในชีวิตจริง
ชอบเดตกับผู้ชายตีตราแล้ว
ผู้หญิงทั้งสองกลุ่มจะปลื้มผู้ชายมีเมียมีลูกแล้วเอามากๆ จนไม่มองหนุ่มโสดเอาเลย เพราะคิดว่าผู้ชายแต่งงานแล้วและมีครอบครัวที่เป็นสุข เป็นผู้ชายที่น่านับถือและพึ่งพิงได้ ขณะที่หนุ่มโสด
เป็นคนสะเพร่าและตื้นเขิน ที่น่าแปลกก็คือ ผู้หญิงพวกนี้จะรู้ตัวว่าฝักใฝ่ผู้ชายมีเจ้าของตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า เป็นเพราะพวกเธอถูกเลี้ยงมาโดยแม่ฝ่ายเดียว หรือแม้มีทั้งพ่อทั้งแม่
แต่ไม่ค่อยได้สุงสิงหรือสนิทกับพ่อ
การวิจัยลึกลงไปพบว่า ผู้หญิงที่พยายามตามจับผู้ชายมีเจ้าของ เชื่อว่าตัวเองไม่สามารถประเมินเพศตรงข้ามเพื่อทำความเข้าใจบุคลิกและคุณค่าของเขาได้อย่างถูกต้อง ผู้หญิงเหล่านี้จะรักผู้ชาย
ที่ผ่านการประเมินค่าและสถานะจากผู้หญิงอื่นแล้ว ซึ่งก็คือภรรยาของชายคนนั้น ที่สำคัญ ผู้หญิงเหล่านี้ยังมักไล่จับผู้ชายที่ประสบความสำเร็จ พวกขี้แพ้อย่าได้หวังแอ้มคุณเธอเด็ดขาด
ผู้หญิงกลุ่มแรกจะพยายามทำให้ตัวเองได้แต่งงานกับแฟมิลีแมน
เพราะอยากสร้างครอบครัวกับผู้ชายที่น่านับถือและพึ่งพิงได้ บ่อยครั้งที่ผู้หญิงพวกนี้
สมหวัง ทั้งที่การมีอะไรกับผู้ชายแต่งงานแล้วเป็นเรื่องที่ต้องทำใจอย่างมาก เพราะผู้ชายเหล่านี้จะใช้เวลา
ช่วงสุดสัปดาห์อยู่กับครอบครัว โทร.หากิ๊กได้ก็เฉพาะตอนอยู่ที่ทำงานเท่านั้น แต่ผู้หญิงกลุ่มนี้ก็ยินยอมอดเปรี้ยวไว้กินหวาน ทนกินน้ำใต้ศอกไปก่อน เพื่อให้ฝันในการได้ครอบครอง
แฟมิลีแมนแต่เพียงผู้เดียวเป็นความจริง ซึ่งสุดท้ายชายคนนั้นก็จะรู้สึกว่า
เมียน้อยของตนช่างรักใคร่ไยดีตัวเองเสียเหลือเกิน เลยยอมทิ้งครอบครัวมาแต่งงานออกหน้าออกตากับเจ้าหล่อน
ส่วนผู้หญิงกลุ่มที่สองไม่อยากแต่งงานเพราะเหตุผลสองข้อ ข้อแรก กลัวการผูกพัน เพราะตอนเด็กๆ มีพ่อใจร้อนขี้โมโห ทำให้พวกเธอเครียด กังวล หรือกระทั่งกลัวเมื่ออยู่กินกับผู้ชาย ผลคือ
เธอจะขอเลิกไปเองภายใน 1-2 ปี
นอกจากนั้น ยังมีผู้หญิงที่มีอาการที่เรียกว่าจิตครอบงำ ที่รู้สึกว่าไม่สามารถอยู่กับผู้ชายได้ยืด หรือดูแลสามีและลูกๆ ได้ ผู้หญิงเหล่านี้มักเป็นคนฉลาด มีความรู้ อารมณ์ละเอียดอ่อน ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า
ผู้หญิงที่มีอาการนี้เป็นผู้หญิงปกติที่โชคร้ายไปหลงรักผู้ชายแต่งงานแล้ว โดยปัญหามักเกิดขึ้นระหว่างอายุ 30-33 ปี ซึ่งเป็นช่วงที่ผู้หญิงที่ต่อต้านการแต่งงาน
หัวชนฝามาตลอด เริ่มอยากมีครอบครัวอย่างคนอื่น
แต่ติดที่อายุเริ่มมากขึ้น
นักจิตวิทยาและนักบำบัดทางจิตสนใจปรากฏการณ์ที่หญิงสาวไล่ล่าผู้ชายตีตรา ซึ่งถือเป็นปรากฏการณ์ลึกลับเพราะรังแต่ทำให้ผู้หญิงเหล่านั้นเป็นทุกข์และตกเป็นที่ครหา ปกติแล้ว สาวโสดเป็นกลุ่มที่
อ่อนแอในมุมมองทางจิตวิทยา ผู้หญิงพวกนี้ขาดแคลนการสนับสนุนจากสามี และโอกาสในการเรียนรู้ความมั่นคงและการปกป้องจากความทุกข์ใจแบบที่ผู้หญิงแต่งงานแล้วได้รับจากสามี
ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา สังคมใส่ใจมากขึ้นกับปัญหาสาวโสดไล่ล่าสามีคนอื่น ปัจจุบัน ปัญหาบ้านแตกสำหรับคู่แต่งงานที่อยู่ด้วยกันมา 15 ปีหรือนานกว่านั้นมีให้เห็นมากขึ้น และคาดว่าจะแพร่หลายต่อไป
ในอนาคต นักสังคมวิทยาเชื่อว่า ใน 50 ปีข้างหน้า ผู้หญิง 1 ใน 3 จะถูกสามีทิ้งเมื่ออายุขึ้นต้นด้วยเลข 4
ขณะที่นักบำบัดทางจิตมีแนวโน้มจะเชื่อว่า ปัญหาดังกล่าวเกิดจากความผิดปกติทางจิตใจของผู้ชาย และนักวิจัยหลายประเทศสรุปว่า ครึ่งหนึ่งของผู้ชายที่เผชิญสถานการณ์นี้ จะทิ้งภรรยาไปหาสาวๆ
ที่ต้องการแต่งงานเฉพาะกับผู้ชายที่มีเมียแล้ว
ในทางกลับกัน บ่อยครั้งที่ภรรยารู้สึกว่าชีวิตครอบครัวมั่นคงและเชื่อว่าสามีซื่อสัตย์ ทั้งที่จริงๆ แล้ว ควรระลึกไว้ว่าผู้ชายทุกคนมีแนวโน้มสนใจสาวใหม่ และอาจติดกับดักสาวที่จ้องแต่งงานกับผู้ชายมีเจ้าของ
ผู้เชี่ยวชาญแนะนำว่า ภรรยาไม่ควรทิ้งสามีให้โดดเดี่ยวนานเกินไป และควรใช้วันหยุดสุดสัปดาห์อยู่ด้วยกัน เพื่อปิดโอกาสที่ผู้ชายจะไปวอกแวกกับสาวที่จ้องสร้างความร้าวฉานให้ครอบครัวคนอื่น
และอย่าได้บ่ายเบี่ยงเมื่อสามีอยากจู๋จี๋ด้วย
แต่ถ้ารู้ว่าสามีเริ่มมีกิ๊ก จงใจเย็น เพราะการตกเป็นข่าวฉาวโฉ่มักทำให้ผู้ชายทิ้งครอบครัว บรรดาภรรยาหลวงจำเป็นต้องทำให้สามีเข้าใจว่า เมียน้อยของเขาเป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง
และไร้สาระอย่างยิ่งที่จะทิ้งครอบครัวไปอยู่กับหล่อน บอกเขาว่า รักใหม่ของเขาแค่อยากแต่งงานกับผู้ชายมีเมียแล้ว และหล่อนอาจ
ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียวก็ได้ ความจริงข้อนี้จะทำให้ผู้ชายตาสว่างขึ้นมาทันที
แม้รักผู้หญิงคนใหม่จริงๆ ก็ตาม